“วันนี” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ตรวจราชการโครงการของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

22 มิถุนายน 2569 ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (หน.ผตร.อว.) ตรวจราชการโครงการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ เพื่อการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดิน ของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) โดยมี นางกานดาศรี ลิมปาคม รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ นายชาคริต ประสงค์สุข ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ พร้อมด้วยบุคลากรวิจัย ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลการดำเนินโครงการฯ ณ ห้องประชุม 7 ชั้น 6 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคาร B กรุงเทพฯ

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เป็นหน่วยงานหลักของประเทศด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทในการวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ข้อมูลดาวเทียมสำรวจโลก และระบบภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การติดตามและบรรเทาภัยพิบัติ การวางแผนพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ การสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และการสร้างความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศและเสริมสร้างความมั่นคงและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ เพื่อการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นหนึ่งในโครงการที่มีความสำคัญในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่ที่มีความถูกต้อง ทันสมัย และมีการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการวางแผน การติดตาม และการตัดสินใจด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ส่งเสริมการใช้ที่ดินให้เกิดความเหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน

ในการนี้ นางธัญวรัตม์ อนันต์ นักภูมิสารสนเทศชำนาญการพิเศษ สำนักนวัตกรรมเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ได้รายงานผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งได้ดำเนินการจัดทำระบบบริการข้อมูลพื้นฐานจากภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงที่ได้มาตรฐานสากล ต่อเนื่องและตรวจสอบย้อนกลับได้ ช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าของสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรของประเทศไทย ให้มีความพร้อมในการตรวจสอบและยืนยันที่มาของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการติดตามพื้นที่เกษตรที่สำคัญสำหรับการส่งออกในพื้นที่ คทช. และพื้นที่รกร้างว่างเปล่า สำหรับการจัดการที่เหมาะสมกับศักยภาพ อีกทั้งเป็นการพัฒนาเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ในการติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ทำกินของเกษตรกรในพื้นที่ คทช. ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีการดำเนินการผ่าน 4 กิจกรรม ได้แก่ (1) ประมวลผลข้อมูลดาวเทียมรายละเอียดสูง และจัดทำฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศการใช้ที่ดิน (2) พัฒนาโปรแกรมประมวลผลภาพถ่ายดาวเทียม THEOS-2 แบบ Long Strip (3) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การใช้งานแพลตฟอร์ม LANDK และ (4) ส่งเสริมและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการฯ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้มีการพัฒนาระบบและชุดฐานข้อมูลเพื่อการบริการจัดการที่ดิน และหน่วยงานต่างๆ ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง โดยในภาพรวมโครงการมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนด

ในโอกาสนี้ หน.ผตร.อว. ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณหน่วยงานที่ให้ข้อมูลผลการดำเนินโครงการ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ และได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาระเบียบ การเบิกจ่ายสำหรับเงินอุดหนุนเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน รวมทั้งควรปรับแนวทางและรูปแบบการประชาสัมพันธ์ให้มีความหลากหลายและการสื่อสารเชิงรุกให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้สื่อสมัยใหม่เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการสื่อสารเกี่ยวกับบทบาทภารกิจและข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการของหน่วยงาน ซึ่งโครงการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นโครงการที่ดีและมีเป็นประโยชน์สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กรมที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น รวมถึงสถานประกอบการและพี่น้องประชาชน ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลพื้นฐานภาพถ่ายดาวเทียมที่มีความละเอียดสูงและได้มาตรฐานสากล เพื่อเป็นข้อมูลในการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์จากชุมชนหรือสถานประกอบการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาโดยไม่ได้บุกรุกพื้นที่ป่าไม้และเป็นประโยชน์ในการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่สากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะช่วยให้การใช้ประโยชน์ที่ดินรกร้าง มีความคุ้มค่าและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเพิ่มขึ้น ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการสร้างโอกาสทางการค้าและการส่งออกในเวทีโลก แต่ยังสอดคล้องกับเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของรัฐบาล เพื่อมุ่งเน้นการบริหารจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้ข้อมูลเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความยั่งยืนในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อมูลข่าวโดย : กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม