“วันนี” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ตรวจราชการโครงการ ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

26 มิถุนายน 2569 ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (หน.ผตร.อว.) ตรวจราชการตามประเด็นยุทธศาสตร์กระทรวง โครงการพัฒนาและสร้างดาวเทียม TSC (Thai Space Consortium) ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) โดยมี นายวิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ นายอภิชาต เหล็กงาม ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการหอดูดาวและวิศวกรรมอาวุโส และคณะ ให้การต้อนรับ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีบทบาทภารกิจสำคัญในการวิจัยและพัฒนาด้านดาราศาสตร์ เทคโนโลยีอวกาศ และการสร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ โดยได้นำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอวกาศ ระบบควบคุม และการพัฒนาเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ มาสนับสนุนโครงการพัฒนาและสร้างดาวเทียมของกลุ่มความร่วมมือ Thai Space Consortium (TSC) ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษา เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในการออกแบบ พัฒนา และประกอบดาวเทียมด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเอง ตลอดจนยกระดับศักยภาพการวิจัย การใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียม และการพัฒนาบุคลากรด้านอวกาศ อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีอวกาศและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ในการนี้ นายวิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้รายงานผลการดำเนินงานโครงการในภาพรวม โดยดำเนินการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมอวกาศในประเทศ (space industry ecosystem) และบ่มเพาะให้ระบบนิเวศอุตสาหกรรมอวกาศในประเทศมีศักยภาพในการแข่งขันและสามารถเชื่อมเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มการผลิตระหว่างประเทศภายในระยะเวลา 20 ปีข้างหน้าที่อุตสาหกรรมอวกาศจะเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงของโลก อีกทั้งพัฒนากำลังคนและขีดความสามารถของประเทศด้านเทคโนโลยีอวกาศ โดยมีตัวเทียบวัดขีดความสามารถ (benchmarking) ในทุกขณะอย่างชัดเจน ทั้งภายในโครงการและเทียบวัดขีดความสามารถของไทยกับประเทศอื่นๆ อันเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพยิ่งในการวางกลยุทธ์เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของชาติ พร้อมไปกับการสร้างงานที่ใช้ความรู้และทักษะขั้นสูงด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมภายในประเทศ ลดภาวการณ์สูญเสียแรงงานคุณภาพสูง รวมถึงการใช้ดาวเทียม TSC-1 บันทึกข้อมูลสเปกตรัมของทุกตำแหน่งในประเทศไทย ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกมากกว่าภาพถ่ายดาวเทียมในอดีต อีกทั้งเป็นตัวผลักดันการใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และเป็นข้อมูลสำหรับภาครัฐในการกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร/เตือนภัยพิบัติ อย่างเป็นองค์รวม เพิ่มมูลค่าและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ รวมทั้งมีการพัฒนากำลังคน อันสืบเนื่องมาจากการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมอวกาศ (non-space industry) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เช่น วิศวกรรมอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (automation and robotics) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (smart electronics) ยานยนต์แห่งอนาคต อวกาศยาน การขนส่ง เกษตรอัจฉริยะ และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยดำเนินการในประเทศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา ปทุมธานี กรุงเทพฯ และดำเนินการในต่างประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ไต้หวัน และจีน ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีการดำเนินการผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ (1) ปรับปรุงระบบดาวเทียมต้นแบบวิศวกรรมหลังจากทดสอบดาวเทียมภายใต้สภาพแวดล้อมอวกาศ (2) ตรวจสอบการออกแบบดาวเทียม TSC-1 ขั้นสุดท้าย เพื่อทดสอบต้นแบบวิศวกรรมและประเมินการในการจัดทำ Flight Model สำหรับดาวเทียม TSC-1 ในระยะถัดไป และ (3) ออกแบบและพัฒนา Flight Model สำหรับดาวเทียม TSC-1 ในภาพรวมโครงการมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนด
ในโอกาสนี้ หน.ผตร.อว. ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณหน่วยงานที่ให้ข้อมูลผลการดำเนินโครงการ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับชั้นแนวหน้าตามประเด็นยุทธศาสตร์ของกระทรวง และได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับภารกิจของหน่วยงานและโครงการพัฒนาและสร้างดาวเทียม TSC (Thai Space Consortium) โดยถ่ายทอดผลสำเร็จ ความก้าวหน้า และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศผ่านสื่อและช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลาย และสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนและนักศึกษา ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของไทย และสร้างการรับรู้/ขยายโอกาสการให้บริการห้องปฏิบัติการทดสอบแก่หน่วยงานภายนอก รวมถึงการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศ โดยการขยายความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัย ในการพัฒนาเพื่อเตรียมกำลังคนให้มีความพร้อมและรองรับทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมอวกาศและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป

จากนั้น ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมจานรับส่งสัญญาณดาวเทียมย่าน S/X-Band ขนาด 6.1 เมตร ซึ่งเป็นสถานีภาคพื้นดิน ทำหน้าที่ในการติดต่อสื่อสารกับดาวเทียม ทั้งการส่งคำสั่งควบคุม รับข้อมูลภารกิจและข้อมูลสถานะการทำงานของดาวเทียม ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติการและการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศ รวมทั้งได้เยี่ยมชมห้องทดสอบสภาวะแวดล้อมอวกาศ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศที่ใช้จำลองสภาวะต่าง ๆ ในอวกาศ อาทิ สุญญากาศ อุณหภูมิสุดขั้ว การสั่นสะเทือน และสภาพไร้น้ำหนัก เพื่อทดสอบและรับรองความพร้อมของดาวเทียมและอุปกรณ์อวกาศก่อนนำขึ้นปฏิบัติภารกิจจริง และเยี่ยมชมห้องควบคุมสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน ซึ่งมีภารกิจในการติดตาม ควบคุม และสั่งการดาวเทียมจากภาคพื้นดิน ตลอดจนรับประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลที่ส่งกลับมาจากดาวเทียม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจอวกาศ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ
ข้อมูลข่าวโดย : กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม