จาก “เปลือกหอยเหลือทิ้ง” สู่ “วัสดุสร้างมูลค่า” AEM เสริมพลัง มรภ.ธนบุรี–คลองด่าน เปลี่ยนโจทย์ขยะชายฝั่งเป็นเศรษฐกิจฐานชีวภาพของชุมชน
27 Aug 2026
Hits
58 views

ศูนย์บริหารโครงการ AEM สป.อว. พาติดตามความก้าวหน้า ครั้งที่ 7 ภาคกลาง จ.สมุทรปราการ เมื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีจับมือเทศบาลตำบลคลองด่านและชุมชน นำ “เปลือกหอยแมลงภู่” ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากวิถีประมงและอาหารทะเล มาทดลองพัฒนาเป็นแผ่นทางเดิน ชุดโต๊ะ–เก้าอี้ และของที่ระลึก พร้อมสร้างคนในพื้นที่ให้สามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์และจัดการของเสียได้ด้วยตนเอง เปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นภาระของชุมชนให้กลับมามีคุณค่าทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ศูนย์บริหารโครงการ AEM สป.อว. ร่วมกับคณะกรรมการและศูนย์ประสานโครงการ AEM มหาวิทยาลัยพะเยา ลงพื้นที่ติดตาม “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอยแมลงภู่เพื่อยกระดับการจัดการของเสียและเศรษฐกิจฐานชีวภาพในพื้นที่เทศบาลตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ” ของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี โดยช่วงเช้าประชุมรับฟังผลการดำเนินงาน ณ เทศบาลตำบลคลองด่าน ก่อนลงดูการทำงานจริงที่ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงสมุนไพรใกล้บ้าน และช่วงบ่ายร่วมสรุปผลพร้อมให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาและขยายผลโครงการ
การติดตามครั้งนี้มี ผศ.ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว ดร.ธนิน กรปริพัฒน์ ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช และนายสุทน เฉื่อยพุก ร่วมเป็นคณะกรรมการ พร้อมศูนย์ประสานโครงการ AEM มหาวิทยาลัยพะเยา นำโดย ศ.ดร.เสมอ ถาน้อย และศูนย์บริหารโครงการ AEM สป.อว. นำโดย นางสาวณัฐกนก เจนสุขสถิตไพศาล โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี นำโดย ดร.พรศิริ กองนวล ดร.วสุธิดา นักเกษม ดร.วีรชัย คำธร และ ดร.วิชชุดา ประสาทแก้ว หัวหน้าโครงการ ร่วมรายงานความก้าวหน้า ขณะที่ นายสนั่น สุขแสง นายกเทศมนตรีตำบลคลองด่าน พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลร่วมให้การต้อนรับ
4 มิติความก้าวหน้า : เปลือกหอยหนึ่งกอง กำลังเปลี่ยนอะไรที่ “คลองด่าน”?
มิติที่ 1 | จากโจทย์ของเสีย สู่การ “ร่วมคิด–ร่วมทำ” ของมหาวิทยาลัยและชุมชน
โครงการไม่ได้เริ่มจากการนำผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไปให้ชุมชน แต่ให้ผู้นำและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การทดลองพัฒนา ไปจนถึงการเสนอไอเดียต่อยอด เช่น ทำเป็น สินค้าที่ระลึก หรือกิจกรรม Workshop สำหรับเด็ก โดยมีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่เทศบาล นวัตกรชุมชนและนักศึกษาร่วมทำงาน และมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ขณะที่ทีมงานลงติดตาม ประสานงาน และพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
มิติที่ 2 | จากการทดลอง สู่การขยายผลให้ “ใช้ได้จริง”
ปัจจุบันโครงการอยู่ในช่วง ขยายผลเพื่อความยั่งยืน ตามแผนกิจกรรมและใช้การลงพื้นที่ต่อเนื่องเพื่อดูว่าผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเหมาะกับการใช้งานของชุมชนเพียงใด แม้การนัดหมายจะมีข้อจำกัดจากกิจกรรมของท้องถิ่นที่ค่อนข้างมาก แต่ทีมงานแก้ปัญหาด้วยการวางแผนวันจัดกิจกรรมล่วงหน้า เพื่อให้มหาวิทยาลัย เทศบาล และประชาชนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง
มิติที่ 3 | จาก “เปลือกหอย” สู่ชิ้นงานที่จับต้องได้
ผลผลิตที่เห็นได้ชัดจากหน้างาน คือ การนำเปลือกหอยแมลงภู่และของเหลือทิ้งในพื้นที่มาพัฒนาเป็น แผ่นทางเดิน ชุดโต๊ะ–เก้าอี้ และของที่ระลึกจากกระถางปูน ทำให้โจทย์การจัดการขยะไม่ได้จบแค่การกำจัด แต่ขยับไปสู่การนำกลับมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าใหม่ ผลที่เกิดขึ้นตามการประเมินของโครงการ คือ ช่วยเสริมความเข้มแข็งของกลุ่ม ลดรายจ่ายบางส่วน และสร้างแนวทางจัดการสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
มิติที่ 4 | ทำอย่างไรให้ “ของเหลือทิ้ง” กลายเป็นงานที่ชุมชนทำต่อเองได้
เป้าหมายปลายทางจึงอยู่ที่การสร้าง “คนในพื้นที่” ให้ถือความรู้ต่อ ปัจจุบันมีผู้นำชุมชนและนวัตกรหลัก ที่สามารถเป็นแกนนำในการดำเนินงานต่อ ขณะที่เทศบาลมีแนวทางส่งเสริมการรวมกลุ่ม สนับสนุนครุภัณฑ์สำหรับการแปรรูปเปลือกหอย และนำผลิตภัณฑ์ เช่น ชุดโต๊ะ–เก้าอี้ ไปใช้ประโยชน์ในชุมชน เพื่อให้การจัดการของเสียเชื่อมเข้ากับการพัฒนาอาชีพและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นี่คือภาพของ AEM ที่ “คลองด่าน” การนำคนและความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้าไปช่วยชุมชนมองสิ่งเดิมด้วยมุมใหม่ จากเปลือกหอยแมลงภู่ที่เคยเป็นของเหลือทิ้ง สู่การทดลองเป็นวัสดุ เป็นผลิตภัณฑ์ และเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน เมื่อชุมชนสามารถพัฒนาต่อเองได้ ของเสียจึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ต้องกำจัด แต่สามารถกลายเป็น “ทรัพยากรตั้งต้น” ของเศรษฐกิจฐานชีวภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากคนในพื้นที่เอง
AEM เคลื่อนกำลัง “คนราชภัฏธนบุรี” ไปขับเคลื่อน “เปลือกหอยให้กลายเป็นคุณค่า” ลงพื้นที่ “คลองด่าน”
“เปลือกหอยไม่ใช่ปลายทางของของเสีย แต่คือจุดเริ่มต้นของคุณค่าใหม่ ที่ชุมชนสร้างได้ด้วยตนเอง”
ภาพข่าว : ศูนย์ประสานงานโครงการ AEM มหาวิทยาลัยพะเยา