ติดต่อข้อมูล โทร. Call Center 1313

ขนาดตัวอักษร เล็ก ปกติ ใหญ่

“วันนี” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ตรวจราชการโครงการ ของ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี

S 11231394

                  2 เมษายน 2569 ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (หน.ผตร.อว.) ตรวจราชการโครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง
และขนาดย่อม (SMEs) ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และโครงการพัฒนามาตรฐานสมุนไพร เพื่อสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ ของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) โดยมี นายอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการ
สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ผู้บริหาร และบุคลากรวิจัย ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์

S 11231395

               ในการนี้ นางสาวจริยา บัวเจริญ นักมาตรวิทยาเชี่ยวชาญ ได้รายงานผลการดำเนินงานโครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยสถาบันฯ
ได้ดำเนินการส่งเสริมพัฒนาบุคลากร SMEs ในภาคอุตสาหกรรมการบริการของผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือ บริการทดสอบเทียบวัด และภาคการผลิตให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์งานบริการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผ่านกิจกรรมอบรม Upskill – Reskill เช่น อบรมการใช้งานรายงานผลการทดสอบเทียบ (Calibration Certification) เพื่อให้มั่นใจว่า มีการดำเนินการเทียบวัดตามระบบโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure : NQI) 

                                             S 11223069    S 11223070

               จากนั้น ดร. นงลักษณ์ ตั้งไพศาลกุล นักมาตรวิทยาชำนาญการพิเศษ ได้รายงานผลการดำเนินงานโครงการพัฒนามาตรฐานสมุนไพรเพื่อสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการผลิตวัสดุอ้างอิง
สำหรับการวิเคราะห์สารสำคัญในสมุนไพร ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน ให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ รวมทั้งจัดทำโปรแกรมทดสอบความชำนาญด้านสมุนไพร
ในการประเมินศักยภาพห้องปฏิบัติการ และส่งเสริมห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบทางด้านสมุนไพรภายในประเทศให้ได้รับการรับรองและรักษาระบบ คุณภาพ ISO/IEC 17025 รวมถึงมีการวางแผนประชาสัมพันธ์
การขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยของสินค้า สร้างสังคมคุณภาพ และความยั่งยืนของเศรษฐกิจให้กับประเทศ

              ในโอกาสนี้ หน.ผตร.อว. ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานที่ให้ข้อมูลผลการดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และมีข้อเสนอแนะ
สำหรับโครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฯ เพิ่มเติม  โดยเห็นว่าควรมีการสำรวจข้อมูลความต้องการจากผู้ประกอบการเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการขับเคลื่อนโครงการ
อย่างเป็นระบบ กำกับติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผน  ประสานและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด เพื่อสนับสนุน
การพัฒนาห้องปฏิบัติการของสถาบันอุดมศึกษาให้ได้มาตรฐานและใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าเพื่อขับเคลื่อนโครงการและต่อยอดการพัฒนาในระยะยาวต่อไป สำหรับโครงการพัฒนามาตรฐานสมุนไพร
เพื่อสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนของการวางแผนและพัฒนาเพื่อ ต่อยอดและขับเคลื่อนเพื่อขยายผลการดำเนินโครงการ รวมไปถึงการประสานความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา
ที่มีห้องปฏิบัติการที่มีศักยภาพเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนามาตรฐานสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลกเพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยและเศรษฐกิจของประเทศ

 

ข้อมูลข่าวโดย : กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

“เพ็ญนภา” ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว.ตรวจราชการโครงการ ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ภาพเดี่ยว

               31 มีนาคม 2569 นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ผตร.อว.) ตรวจราชการโครงการพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะสูงด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์เกียรติ เศวตเมธิกุล คณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร และรองศาสตราจารย์ ดร.ทรงธรรม ดีวาณิชสกุล อาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูลผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์

             ในการนี้ ผตร.อว. ได้รับฟังสรุปผลการดำเนินงานโครงการพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะสูงด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ มุ่งพัฒนากำลังคนใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มอาจารย์และนักศึกษาของ มทร.ธัญบุรี 2) กลุ่มอาจารย์และนักศึกษาอาชีวศึกษา และ 3) กำลังคนในภาคอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาหลักสูตรอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พัฒนาสมรรถนะครูต้นแบบ และพัฒนาสมรรถนะกำลังคนทั้งในส่วนของนักศึกษาและกำลังคนที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม EV โดยผลการดำเนินโครงการเป็นไปตามแผน สำหรับไตรมาสที่ 3-4 จะดำเนินการพัฒนาสมรรถนะกำลังคนในกลุ่มของอาจารย์และนักศึกษาอาชีวศึกษา และกลุ่มกำลังคนในภาคอุตสาหกรรม EV ต่อไป โดยการดำเนินงานได้ร่วมกับเครือข่ายอาจารย์ในกลุ่มของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และโรงเรียนอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนทำความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน โดยผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานในสาขาต่างๆ อาทิ สาขาช่างซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า จะได้รับวุฒิบัตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท ฉางอัน หรือ Changan Automobile ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว

ภาพประชุม 1

              ในโอกาสนี้ ผตร.อว. ได้กล่าวขอบคุณ มทร.ธัญบุรี ที่ได้ดำเนินโครงการที่เป็นการพัฒนากำลังคนด้านยานยนต์ไฟฟ้าฯ พร้อมนี้ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ดังนี้ 1) เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานและต่อยอดโครงการในระยะยาว มทร.ธัญบุรี ควรทำคำของบประมาณโครงการเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง 2) ควรขยายเครือข่ายความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาเรื่องวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญ ด้าน EV ขาดแคลนไปยังสถานศึกษาอื่นด้วยการจัดทำโมเดล "ครูต้นแบบ" โดย มทร.ธัญบุรี เป็นศูนย์กลาง (Hub) รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในกระทรวง อว. อาทิ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย Thailand Electric Vehicle Center of Excellence (TECE) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งมีองค์ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้า และ 3) ควรพัฒนาประสิทธิภาพโครงการด้วยการต่อยอดและทำความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมด้วยการดึงสถานประกอบการเข้ามาเป็นพื้นที่ฝึกปฏิบัติงานจริง เนื่องจากมีความพร้อมในด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ 

ภาพประชุม 2 ภาพประชุม 3

ข้อมูลข่าวโดย : กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

“วันนี” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ตรวจเยี่ยม การปฏิบัติงานตามภารกิจ ของ สอวช.

ภาพเดี่ยว

               25 มีนาคม 2569 ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (หน.ผตร.อว.) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานตามภารกิจของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ผ่านระบบออนไลน์ (ZOOM) โดยมี ดร. สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. และคณะผู้บริหาร ได้ร่วมรายงานผลการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงาน โดย สอวช. มีบทบาทภารกิจที่สำคัญในการออกแบบและจัดทำข้อเสนอนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ การจัดทำมาตรการ กลไก แนวทาง กฎหมาย กฎ ระเบียบเพื่อส่งเสริมและพัฒนา อววน. การวางระบบการจัดทำฐานข้อมูล อววน. และการติดตามประเมินผลการดำเนินการตามนโยบาย ตลอดจนการจัดทำข้อเสนอการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบ อววน. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม นำร่องนโยบาย อววน.เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ
ภาพที่ 1

               ในโอกาสนี้ หน.ผตร.อว. ได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมการทำงานของบุคลากร สอวช. ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานที่สำคัญของประเทศ ซึ่งถือว่าได้ดำเนินการเป็นไปตามแผนงานและเป้าหมายที่กำหนด พร้อมนี้ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในด้านต่าง ๆ ดังนี้

               1. การขับเคลื่อนนโยบายนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะการขยายผลกลไก Social Enterprise Incubation Platform ซึ่งเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมผู้ประกอบการเพื่อสังคมและวิสาหกิจชุมชน ผ่านการพัฒนาทักษะการเป็นโค้ชให้กับบุคลากรและนักศึกษา ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายควรประสานการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กปว.สป.อว.) ในฐานะที่ดูแลเครือข่าย Science Park และหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (University Business Incubator: UBI) เพื่อบูรณาการความร่วมมือขยายเครือข่ายและร่วมกันผลักดันเพื่อขับเคลื่อนงาน Social Enterprise Incubation Platform ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการเพื่อสังคมและวิสาหกิจชุมชน

                2. การพัฒนาระบบนิเวศเพื่อส่งเสริมกลไก อววน. หนุน GHG Net Zero โดยเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบายสำคัญของประเทศ ดังนั้นเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนภารกิจ สอวช. ควรเป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการพัฒนาผู้ประเมินและหน่วยงานตรวจสอบและทวนสอบก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลรายชื่อบุคลากรและสถาบันที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินและหน่วยงานตรวจสอบในสังกัด อว. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ของรัฐบาล

ภาพที่ 2 ภาพที่ 3

              3. การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง โดยเห็นว่า โครงการ STEM Plus เป็นแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงที่ส่งเสริมให้สถานประกอบการหรือสถาบันอุดมศึกษาจัดหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนากำลังคนด้าน STEM ให้มีสมรรถนะตอบสนองความต้องการสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งหลักสูตรดังกล่าว หากเป็นไปได้ ควรสนับสนุนให้มีการออกแบบที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานการอุดมศึกษา และสามารถเก็บสะสมในระบบคลังหน่วยกิตเพื่อเทียบโอนขอรับปริญญาได้ในอนาคต หากเรียนครบตามโครงสร้างหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรมและสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับการพัฒนากำลังคนในรูปแบบการจัดการศึกษาหลักสูตร Sandbox เป็นอีกกลไกหนึ่งที่สำคัญต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา โดยเป็นหลักสูตรที่ได้รับการยกเว้นเกณฑ์มาตรฐานการอุดมศึกษาที่เป็นข้อจำกัดต่อการจัดการศึกษาเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและสามารถจัดการศึกษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งการจัดการศึกษาหลักสูตรดังกล่าวตามกฎหมายให้ถือว่าเป็นหลักสูตรที่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการอุดมศึกษา ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. การอุดมศึกษา พ.ศ.2562 ซึ่งขณะนี้มีนักศึกษาในหลักสูตร Sandbox กำลังจะสำเร็จการศึกษา ดังนั้น เพื่อประโยชน์ต่อนักศึกษา สอวช. ควรจัดทำระบบฐานข้อมูลหลักสูตรดังกล่าวเพื่อแจ้งรายชื่อหลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติให้องค์กรบริหารงานบุคคลเพื่อรับรองคุณวุฒิ หรือควรหารือกับกองยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา (กคอ.สป.อว.) เพื่อรวบรวมจัดส่งหลักสูตรในภาพรวมของกระทรวงให้องค์กรบริหารงานบุคคล เช่น ก.พ. และ ก.ค.ศ. เพื่อรับรองคุณวุฒิ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับราชการต่อไป

            4. การกำหนดโยบาย มาตรการและกลไกสนับสนุนการพัฒนา อววน. โดยเห็นว่า การส่งเสริมการร่วมลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมผ่านกลไก University Holding Company (UHC) เป็นมาตรการที่มีประโยชน์ต่อสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพและความพร้อมทั้งในด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐานและองค์ความรู้ในสาขาวิชา ต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม สถาบันอุดมศึกษายังขาดการรับรู้ ขาดความเข้าใจที่ชัดเจนและยังไม่มั่นใจในประเด็นข้อกฎหมาย ดังนั้น สอวช.ควรสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ชัดเจนในนโยบายและมาตรการดังกล่าว และควรมีการศึกษาข้อจำกัดของกฎระเบียบ ข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปลดล๊อกและสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการบริหารงบประมาณ เป็นต้น

            5. การติดตามประเมินผลเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย โดย สอวช. ควรใช้กลไกการติดตามประเมินผลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาปรับปรุงนโยบายอย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้ข้อเสนอให้รับการแก้ไขในระดับนโยบาย โดยเฉพาะการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น การผลักดันข้อเสนอมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งควรให้ครอบคลุมทุกกลุ่มสาขาวิชา ไม่เฉพาะเพียงกลุ่ม STEM อย่างเดียว เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพกำลังคนของประเทศให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและพร้อมที่จะทำงานและหางานได้ทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษา

            6. การสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ในบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน โดยเห็นว่า สอวช. เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญ ในฐานะเป็นฝ่ายเลขานุการของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และมีบทบาทหน้าที่ในการจัดทำข้อเสนอนโยบาย มาตรการ กลไกและแนวทางการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ควรมีการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ในบทบาท และภารกิจขององค์กรให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายในรูปแบบที่หลากหลายและต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัย เพื่อให้เกิดการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกันในทุกมิติ โดยเฉพาะมิติของการวิจัยเพื่อต่อยอด สู่การพัฒนานวัตกรรมและการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ข้อมูลข่าวโดย : กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

“วันนี” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ตรวจราชการโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถาบันอุดมศึกษา

                                                           S 10895494  S 10895495

             วันที่ 19 มีนาคม 2569 ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง (หน.ผตร.) และนางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผตร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)        และคณะ ตรวจราชการโครงการตามประเด็นการตรวจราชการแบบบูรณาการ ในประเด็นการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถาบันอุดมศึกษา ของกองส่งเสริมและพัฒนากำลังคน (กสค.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) โดยมี นายยศวรรธน์ กิตติก้อง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการพัฒนาสมรรถนะและทักษะนักศึกษา              และคณะผู้รับผิดชอบโครงการ ได้รายงานผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าว ณ ห้องประชุม 3A ชั้น 3 อาคารพระจอมเกล้า สป.อว. 

S 10895498

             ในการนี้ นายยศวรรธน์ กิตติก้อง ได้รายงานข้อมูลเกี่ยวกับโครงการฯ โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในกิจกรรมการป้องกันยาเสพติด เสริมสร้างทัศนคติและทักษะ      การใช้ชีวิตให้ปลอดภัยจากยาเสพติดและมีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาและเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา มีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหายาเสพติดและปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและรอบสถาบันอุดมศึกษา ทั้งนี้ โครงการดำเนินงานผ่านสถาบันอุดมศึกษาและเครือข่ายเพื่อพัฒนาอุดมศึกษา 9 เครือข่าย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้ดำเนินงานโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 36 แห่ง (36 โครงการ) มีนักศึกษาได้รับการสร้างภูมิคุ้มกันผ่านการเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ จำนวน 20,197 คน ซึ่งมากกว่าแผนที่กำหนด รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ให้แก่กรมสุขภาพจิต ซึ่งมีสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด ตั้งชมรมและเข้าร่วมประกวด จำนวน 26 ชมรม สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โครงการฯ มีแผนการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้แก่นิสิตนักศึกษา จำนวนไม่น้อยกว่า 21,000 คน ผ่านเครือข่ายเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา 9 เครือข่าย 

             ในโอกาสนี้ หน.ผตร.อว.และ ผตร.อว. ได้เน้นย้ำถึงบทบาทหน้าที่ของกระทรวง ในฐานะเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัย โดยได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับกระทรวง เพื่อเป็นกลไกการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นระบบ และควรขยายขอบเขตภารกิจในการดำเนินการให้ครอบคลุมการบำบัดและฟื้นฟู ไม่เพียงแต่เป็นการดำเนินการในด้านการป้องกันเท่านั้น เนื่องจากกระทรวงมีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งที่มีศักยภาพและความพร้อม ทั้งในด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐานและองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรม และควรแสวงหาแหล่งงบประมาณที่หลากหลาย ควรปรับแผนการเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงและควรเร่งการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ควรวางระบบการติดตามและประเมินผลโครงการ โดยเฉพาะการประเมินในเชิงผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ และควรมีกิจกรรมในภาพรวมของกระทรวง เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้สถาบันอุดมศึกษาและนิสิตนักศึกษาเห็นความสำคัญและร่วมขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าว เช่น การประกวดการคิดค้นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีในการแก้ปัญหายาเสพติด หรือ ประกวดสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด เป็นต้น และควรบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวง เครือข่ายและ อว.ส่วนหน้า เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายที่กำหนด


S 10895497

 

ข้อมูลข่าวโดย : กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

เนื้อหาอื่นๆ...

เว็บไซต์นี้ เป็นเว็บไซต์หน่วยงานของรัฐในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดตั้งขึ้นเพื่อมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ สป.อว. เพื่อเข้าสู่มาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานปลัดกระทรวง โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

ISO 27001 Audit Certification  ISO 27001:2013 Bureau Veritas Certification UK Limited  AlphaSSL CA - SHA256 - G4   WCAG 2.0 (Level AAA)